แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ audio แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ audio แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

diy ติดวิทยุรถด้วยตัวเอง ง่ายซ๊ะ....


เครื่องเสียงรถ  วิทยุรถ ที่ติดรถมาเดิม ๆ มีสักคนไหมครับ  ที่พออกพอใจว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว  ถ้ามีก็ยินดีด้วยนะครับแต่ถ้าไม่ล่ะ..?? 
ไม่ว่ารถใหม่ป้ายแดง   หรือรถเก่ามือ 2 มีอ 3  ถ้าถามล่ะก็มีไม่กี่คนหร็อกนะครับที่จะพึงพอใจกับเสียงเพลงที่บรรเลงผ่านเครื่องเสียงที่มีอยู่ในรถของเรา    บ้างก็ว่าอยากได้แบบมันส์ ๆ ตึ๊บ ๆ  จอดติดไฟแดงให้ชาวบ้านได้ยินเสียงดังข้ามทุ่ง   บ้างก็เอาแค่อยากปรับปรุงจากเครื่องเสียงเดิมให้มันเล่นได้ครบ ๆ  ดูได้ทั้งหนัง  ฟังได้ทั้งเพลงก็พอ      ส่วนกระผมนั้นเอาแค่เสียงดีพอฟังได้คล้าย ๆ เครื่องเสียงบ้านก็พอแล้วล่ะ.....ก็ว่ากันไปครับ

เอาล่ะวันนี้ผมจะมานำเสนอ  กลวิธีติดตั้งเครื่องเสียงรถให้ได้น้ำเสียงที่ควรจะเป็น  ให้เสียงมันดีขึ้นกว่าวิทยุรถเดิม ๆ ของเรากันนะครับในตอนนี้.............ผมมีโอกาสเดินบ้านหม้อก็ค่อนข้างบ่อย  เห็นเครื่องเสียงรถที่เขาขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน  หลากหลาย  มากมายละลานตาจนจวนเจียนจะมึนงง    สินค้าประเภทนี้มันมีเข้ามาขายกันเยอะเอามาก ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็น  Power amp  ลำโพง สายไฟ  สายสัญญาณ   วิทยุ CD , Mp 3 , DVD โอ๊ย..........ก่ายกองพะเนินทึก..

ส่วนราคานั้นเล่าก็ซื้อหากันได้ตามกำลังทรัพย์   เพราะเครื่องเสียงรถสมัยนี้นั้นหาได้แพงเกินเอื้อมเหมือนตะก่อนซะเมื่อไหร่  ยิ่งเป็นของที่นำเข้ามาจากจีนนี่ราคาถือว่าถูกเอามาก ๆ   ผมเองเลือกดูเลือกชมก็นึกกระสันอยาก  แต่นึกขึ้นได้ว่าในรถเราก็มีนี่หว่า  เพียงแต่อยากให้มันดีขึ้นอีกเพียงนิดหน่อยแค่นั้น ( อันที่จริงมะค่อยมีตังส์ ) ฮ่า ๆ.......ยังอดมื้อกินค่ำเหมือนเดิม  เห็นรัฐบาลเขามีนโยบายรถคันแรกก็อยากจะได้รถไหม่กะเขาบ้างเหมือนกัน   แต่คิด ๆ ไป   นโยบาย เรือลำแรกน่าจะเข้าท่ากว่าในตอนนี้.............อ้าววววววววววว.........

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Creative Sound Blaster Live CT4670 บ๊ะ..! เสียงดีนี่หว่า

โห้ ..! มันเยี่ยมยอดมากเลยซาร่า..! ผมอุทานออกมาหลังจากได้ทดลองฟังเสียงจาก Sound card Creative Sound Blaster Live CT4670  เฮ้ย..มันเก่ามากแล้วนายไปอยู่ไหนมา อายเขามั่งป่าวเนี่ย..ใครบางคนท้วงผม   อ่า..55  ใช่ครับน้อมรับด้วยความเต็มใจเลยว่าเรื่อง sound card เนี่ยไอ้กระผมยังไม่ค่อยได้เล่นได้ลองฟังเพลงจากมันเลยครับ  คือประมาณว่ารับรู้ว่ามี sound card ใช้กันในวงการ computer ที่ให้เสียงที่ดี ยังโน้นดียังงี้....แต่สุดท้ายไม่เคยได้ลองอยู่ดี เต็มที่ก็ฟัง sound card on board เสียงก็งั้น ๆ ออกจะแข็ง ๆ คม ๆ ดิจิตอล จ๋า ๆ  อะไรเทือกนั้น..คือถ้าเป็นเรื่องฟังเพลงแล้วล่ะก็ผมนิยมฟังจากเครื่องเสียง ที่ผม modify diy เองมากกว่าครับ จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ กระผมได้มีโอกาสไปเดินตลาดนัดขายของเก่าแถว ๆ บ้านSoundblaster Live Value CT4670




วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

...แผ่นปริ๊นท์...( PCB = Print Circuit Board )...

PCB หรือ Print Circuit Board หรือ " แผ่นปริ๊นท์ " ที่เราเรียกขาน... มารู้จักันอีกนิดนึงครับ ก่อนอื่นขอบคุณท่าน
El3ctron audiodiyclub.net ซึ่งก็เป็นเจ้าของบทความครับกระผม

เกริ่นหัวข้อมาแบบนี้ เข้าใจว่าหลายๆท่านคงจะรู้ดีอยู่แล้ว ก็ผ่านๆไปนะครับ เดี๋ยวจะว่าเอามะพร้าวมาขายชาวสวนมะพร้าว เรามาทำความรู้จักกันแบบเท่าที่ควรจะรู้ก็พอครับ ไม่ลงรายละเอียดมากนัก แบบเมื่อไปเสวนากะใครเค้าก็บอกได้ว่าที่เห็นแผ่นๆนี่เรียกว่าอะไร ไม่ต้องใช้คำว่า "ที่เป็นแผ่นๆเนี่ยะ " เพราะเรียกไม่ถูกว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร ? เป็นแบบไหน
ที่เราจะมาว่ากันในกระทู้นี้ คือเรื่องของ พีซีบี (PCB) หรือคำเต็มในภาษาอังกฤษว่า พริ๊นท์เซอร์กิตบอร์ด (Print Circuit Board) ล้วนๆ ที่มาที่ไป...ก็มีตำนานใช่ว่าจะเกิดขึ้นมาเฉยๆเช่นในปัจจุบัน ย่อมมีอดีตคือที่มาเช่นเดียวกะคนเรา
เข้าเรื่องซะที...ที่มีชื่อถูกเรียกขานว่า Print Circuit Board (PCB) เพราะว่า...ในยุคแรกๆของการคิดประดิษฐ์ พีซีบี ขึ้นมาใช้นั้น เค้าใช้หมึกที่มีคุณสมบัตินำไฟฟ้า เช่น หมึกที่เป็นผงคาร์บอนด์ (จะพบเห็นได้ในวิทยุรุ่นเก่ามากๆ) พิมพ์ลงบนแผ่นฉนวน เพื่อการเชื่อมต่อกันทางไฟฟ้าของตัวอุปกรณ์แต่ละตัวที่อยู่บนแผ่นฉนวนที่นำ มาใช้ แม้ว่าต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ใช้แผ่นทองแดงบางๆที่เป็นตัวนำมาเคลือบบนฉนวน แทนแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังเรียกขานกันว่า "พีซีบี" (PCB)มาจนทุกวันนี้

แล้วแผ่นปริ๊นท์ มีกี่แบบ? อะไรบ้าง ?

ส่วนมากโดยทั่วๆไป จะแยกประเภทเป็นคร่าวๆตามวัสดุที่นำมาเป็นฐานของทองแดง เช่น ฟีนอลิก (phenolic,FR-2) กลาสอิพอกซี่ (glass epoxy,FR-4) เทฟล่อน (teflon) เคมวัน (CEM1) อีกแบบคือ เฟล็กซิเบิ้ล (flexible) และเรียกตามลักษณะการใช้งาน เช่น แบบหน้าเดียว(single Side) แบบสองหน้าธรรมดา(Double Side) แบบสองหน้าเพลททรูโฮล(Double Side Plate Through Hole) และแบบมัลติเลเยอร์(Multi Layer)
พีซีบี ทุกแบบที่กล่าวมาข้างต้นจะมีแผ่นทองแดงบางๆเคลือบอยู่เต็มพื้นที่ เมื่อยังไม่ถูกใช้งาน ความหนาของทองแดงที่เคลือบอยู่นี้ เท่าที่ทราบมีสองความหนาคือ 1 ออนซ์ และ 2 ออนซ์ จะมีให้เลือกใช้แบบที่มีทองแดงสองด้าน และมีทองแดงด้านเดียว สำหรับความหนารวมของแผ่นพีซีบี ก็มีให้เลือกใช้อีกเช่น แบบหนา 1 มิลลิเมตร และมาตรฐานทั่วๆไปที่เราเห็นนั้นจะมีความหนา 1.6 มิลลิเมตร จะมีความหนาพิเศษตามความจำเป็นใช้งาน เช่น หนา 2 มิลลิเมตร หนา 2.5 มิลลิเมตร แต่ต้องสั่งเป็นพิเศษเท่านั้น (หนาขึ้นเฉพาะวัสดุที่เป็นฉนวนเท่านั้น)
แล้วถ้าต้องการความหนาของทองแดงมากกว่ามาตรฐานทั่วๆไป...ต้องทำอย่างไร ? ...เราสามารถสั่งให้ทางผู้ผลิตเพิ่มความหนาของทองแดงให้เราได้ ด้วยการชุบทองแดงเพิ่มความหนาด้วยไฟฟ้า แต่...ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเป็นธรรมดา เอาละเรามาดูรายละเอียดคร่าวๆพอรู้จัก พีซีบี แต่ละชนิดและภาพประกอบเท่าที่มีไปก่อน เมื่อมีภาพที่เหมาะสมกว่าค่อยเอามาเปลี่ยนให้ดูดีขึ้นบ้าง

แบบก ลาสอิพอกซี่ ( Glass Epoxy )



พีซีบี แบบนี้ในส่วนที่เป็นฉนวนซึ่งเป็นฐานของตัวนำคือแผ่นทองแดงบางๆ ทำมาจากเส้นใยแก้วถักทอกันเป็นแผ่น ใครไม่เชื่อสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการนำแผ่นพีซีบีแบบนี้มาทุบเบาๆหลายๆครั้ง นิดนึง ก็จะพอเห็นแล้วครับว่ามีลายๆปรากฏขึ้นมา เมื่อทอใยแก้วเสร็จแล้วจึงอัดเป็นแผ่นด้วยส่วนผสมของอิพอกซี่เรซิ่น แล้วจึงมาเคลือบแผ่นทองแดงบางๆติดกันด้วยกาว(ไม่ทราบจริงๆว่าเป็นกาว อะไร)อีกครั้งนึงทั้งด้านเดียวและสองด้าน ตามการใช้งาน ดังภาพด้านล่าง เราจะเห็นพีซีบีชนิดนี้ได้ทั่วไปเช่นกัน มีทั้งแบบหน้าเดียว สองหน้า สองหน้าเพลททรูโฮล มัลติเลเยอร์(เช่นแผงวงจรแผ่นใหญ่ๆในคอมพิวเตอร์ ดูดีๆจะเห็นว่ามีทองแดงประมาณสี่ชั้น) สำหรับเรานักดีไอวาย แบบนี้เหมาะดีแล้วครับทั้งราคาที่รับได้ และความสะดวกในการซื้อหาและสั่งทำ คุณภาพ ความคงทน สามารถทำได้ทั่วไปหมด (ซื้อพีซีบีมาทำเองก็ได้) การตัดต้องใช้เลื่อยเพราะค่อนข้างแข็ง เจาะต้องเที่ยงตรงถ้าไม่ใช้สว่านแท่นมือต้องนิ่งๆ ใจเย็นๆ สบายๆ ดอกสว่านจะได้ไม่หักจนเสียอารมณ์



แบบ ฟีนอลิก ( Phenolic )



แบบฟีนอลิก เราจะเห็นได้ทั่วไปเยอะแยะมากมายในอุปกรณ์ต่างๆ เช่นวิทยุกระเป๋าหิ้ว ทีวี เพราะแบบนี้ราคาถูกที่สุดในขณะที่คุณภาพใช้ได้ การผลิตทำได้รวดเร็วในจำนวนมากๆ เพราะเนื้อฟินอลิกนั้นนิ่มและตัดเจาะง่ายๆ ในโรงงานมักจะทำโม(แบบ)แล้วปั๊มออกมาเป็นแผ่นๆได้เรยทั้งส่วนที่เป็นรูและ ช่องๆ ไม่ต้องมาเจาะรูเจาะช่องก่อนให้เสียเวลา ปั๊ม ปึ๊ง ๆ ๆ ก็ได้จำนวนมากแล้ว เนื้อของฟินอลิกจะเป็นสีน้ำตาล จะน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแก่ ก็ว่ากันไป น้ำตาลอ่อนน่าจะสวยกว่า ในส่วนของนักโมดิฟายอย่างเราๆ เมื่อนำมาใช้ก็สะดวกดีเช่นกัน ตัดด้วยมีดคัตเตอร์ได้เรย ไม่ต้องถึงกับตัดจนขาด กรีดลึกนิดนึงทั้งสองด้านให้ตรงกันแล้วหัก แต่คุณสมบัติด้อยกว่าแบบอีพอกซี่หน่อยนึง อ่อนตัวง่ายกว่า โค้งงอเมื่อถูกความร้อนง่ายกว่า ติดไฟง่ายกว่า แต่ทำงานง่ายกว่า ราคาถูกกว่า ก็เลือกใช้งานเอา ว่าแบบไหนเหมาะสมกับงาน ข้อสังเกตุส่วนตัว...อย่าใช้หัวแร้งร้อนไปทองแดงจะร่อนง่าย รวมทั้งเวลาบัดกรี อย่าจี้หัวแร้งนาน ทองแดงจะร่อนได้เช่นกัน ไม่เชื่อท่านลองดูได้ต้องการลอกลายทองแดงเล็กๆตรงไหนเอาหัวแร้งแช่ตรงนั้น แล้วดันปลายหัวแร้ง ลายทองแดงจะหลุดออกมาได้เรย พีซีบีแบบอิพอกซี่ก็เช่นกัน

แบบ เคมวัน (Cem1)



แบบเคมวันนี้ เราจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก แต่ว่าก็พอมีใช้อยู่ทั่วไป เพราะมีราคาอยู่ระหว่างแบบฟินอลิก และ อิพอกซี่ ลักษณะจะเป็นเนื้อสีขาวขุ่นหรือค่อนข้างขาว แข็งแรงมากกว่าแบบฟินอลิกแต่น้อยกว่าแบบอิพอกซี่ ที่เห็นได้บ่อยก็อยู่ในผลิตภัณฑ์จำพวก UPS ที่ผลิตในบ้านเราชอบใช้กันมาก เพราะยังผลิตได้ง่ายเช่นเดียวกับแบบฟินอลิก ตัด เจาะ ปั๊ม (จริงๆแล้วเค้าเรียกพั๊นซ์) ราคาย่อมเยาว์กว่าอิพอกซี่ เพื่อทำราคาสินค้ามาตัดราคากันอย่างสนุกสนาน จนพากันลำบากเป็นทิวแถว แทนที่จะแข่งกันด้านคุณภาพ พีซีบีแบบนี้หายากนิดนึงถ้านักดีไอวายจะซื้อมาใช้ ส่วนมากจะสั่งทำกันเป็นจำนวนมากๆในโรงงานเท่านั้น ถ้าเจอก็เอามาใช้เถอะครับพอใช้ได้ในราคาที่ถูกกว่า ลักษณะจะเป็นดังในภาพ (พรุ่งนี้ถ่ายใหม่ลืมไปว่ามีเป็นแผ่นๆด้วย)



แบบ เทฟล่อน (Teflon)



พีซีบี แบบนี้ เอามาลงให้ดูเล่นๆครับ เราคงไม่มีโอกาสซื้อหามาทำแอมป์เล่นแน่นอน เพราะมีคุณสมบัติ ที่ดีมากเกินการใช้งานของเรานักดีไอวาย และไม่มีขายทั่วไป ต้องสั่งเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น จะถูกนำไปใช้งานในอากาศยาน และในอุปกรณ์ที่อยู่ในช่วงความถี่ระดับ GHz เช่นความถี่ไมโครเวฟ ดังเช่นแผ่นที่อยู่ในภาพที่เอามาให้ดูนี้ ใช้อยู่ในกล่องทวนสัญญาณไมโครเวฟ



แบบ เฟล็กซิเบิ้ล (Flexible)





พีซีบีแบบนี้ เป็นพีซีบีที่มีฐานที่เป็นฉนวนที่บางมาก ส่วนจะเป็นพลาสติกชนิดใด ไม่ทราบข้อมูล(ขออภัยด้วย) สามารถดัดไปมาให้อยู่ในช่องแคบๆได้สบาย แต่การออกแบบคงไม่ง่าย ในการคำณวนช่วงการหักงอ จะเห็นได้ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ขนาดเล็ก เช่นกล้องถ่ายภาพ เอามาลงให้ดูเล่นอีกเช่นกัน ไม่มีขายทั่วไปแน่นอน ลักษณะเป็นตามภาพที่ไปหามาให้ ไม่มีให้ถ่ายภาพเอง



การ ผลิตพีซีบีจำนวนมากๆทำอย่างไร? (ของแถม)



ในการผลิตพีซีบีจำนวนมากๆในระดับโรงงาน จะใช้เครื่องจักรเป็นเครื่องมือ แทบจะในทุกขั้นตอนการผลิต ขั้นแรกจะนำพีซีบีขนาดใหญ่มาคิดคำนวนพื้นที่ทั้งหมดและเผื่อขอบไว้ให้ เครื่องจักรจับชิ้นงานโดยไม่แตะเข้าไปในชิ้นงาน และต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างคุ้มค่าที่สุด เหลือเศษน้อยที่สุดหรือไม่เหลือเศษเรย เพื่อลดการสูญเสีย และลดต้นทุนการผลิต การทำพีซีบีเราจะทำเป็นแผ่นใหญ่(Panel)พอที่จะทำงานได้สะดวก ตั้งแต่การตัด การเจาะ การขึ้นลาย การพิมพ์สี ขั้นแรกต้นทางจะเป็นผู้เตรียมการผลิต คิดเรียงรูปงานของลูกค้าเป็นแผ่น(Panel)ที่เหมาะสมก่อน แล้วจึงส่งต่อเข้าไปฝ่ายผลิตดำเนินการเจาะ ขึ้นลาย พิมพ์สี ว่ากันไปจนครบขั้นตอน แล้วก็จะออกมาตอนจบตามภาพที่มาให้ดูนี้ เมื่อลูกค้ารับไปแล้ว ก็นำไปใส่ตัวอุปกรณ์ต่างๆเท่าที่จะใส่ได้ แล้วนำมาหักออกเป็นชิ้นเล็กๆ จะเห็นว่าที่ขอบตอนเป็นแผ่นใหญ่(Panel)จะมีรูและตำแหน่งต่างๆเพื่อไปตรงกับ เข็ม(Pin)ที่ยึดขณะทำการผลิตในทุกขั้นตอน ทุกแผ่นที่ทำเสร็จออกมาจึงเหมือนกันหมด(มีที่ผิดก็ผิดเหมือนกันหมดเช่น กัน)ยืมภาพเค้ามา จะไปยืมเค้ามาถ่ายก็เกรง

แล้วดอกสว่านที่ใช้ในงานพีซีบีล่ะ ? มีกี่แบบ แบบไหนบ้าง ?

ดอกสว่านที่ใช้ในงานพีซีบี จะเป็นส่วนผสมของเหล็กและคาร์บอนด์ มีความแข็งมากแต่..เปราะและหักง่ายถ้าเราจะเอามาเจาะแบบธรรมดาอย่างเราๆ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับเครื่องเจาะที่มีความเร็วสูงมากๆ ซึ่งสว่านทั่วไปทำไม่ได้เราจะเสียอารมณ์ที่ดอกสว่านหักง่ายไป แต่ถ้าสว่านดีๆ และใจเย็นๆค่อยๆเจาะนิ่มๆ ช่วยได้ครับ ดอกสว่านที่ใช้อยู่ในโรงงานผลิตพีซีบี มีสองแบบคือ...ดอกเจาะธรรมดาและ ดอกเร้าท์ การใช้งานดอกเจาะ ก็ใช้เจาะเพื่อเป็นรูเท่านั้นเราสามารถสั่งให้เจาะเป็นช่องก็ได้โดยเจาะซ้ำๆ ติดๆกันต่อเนื่องกันไปแต่จะเสียเวลาและเปลืองดอก เราจะใช้ดอกอีกแบบนึงสำหรับการเจาะช่องโดยเฉพาะนั่นก็คือดอกเร้าท์ ดอกเร้าท์จะทำงานโดยการวิ่งไปตามคำสั่งจี ที่เราป้อนให้เครื่องเจาะโดยการระบุตำแหน่งและจะให้หมุนวนซ้ายหรือวนขวาก็ ได้ตามใจเรา ที่เราเห็นขอบพีซีบีเรียบกริบนั้นก็เป็นการตัดขอบด้วยการเร้าท์นั่นเอง
ยังมีการเจาะพีซีบีในระดับอุตสาหกรรมอีกแบบหนึ่งคือ การเจาะด้วยลำแสงเลเซอร์ รวดเร็ว ประหยัดดอกสว่าน เข้าใจว่าเครื่องเจาะด้วยแสงเลเซอร์นี้ในเมืองไทยก็มีเอาเข้ามาใช้หลายปีแว้ ว

ภาพดอกสว่านไม่ได้เตรียมไว้ จะไปยืมมาถ่ายภาพให้ดู ติดไว้ก่อนจ้ะ

การผลิตพีซีบีแบบมัลติเลเยอร์ ( Multi Layer )

พีซีบีมัลติเลเยอร์ เป็นไงอ่ะ ? หลายท่านคงจะมีคำถามนี้ ตัวอย่างง่ายๆคือแผ่นเมนบอร์ด ในเครื่องคอมพ์พิวเตอร์ของท่านที่เปิดใช้งานอยู่นี่แหละ ในเนื้อของแผ่นพีซีบีที่มีความหนาธรรมดานั้น ดูดีๆเราจะเห็นว่ามีชั้นทองแดงซ่อนอยู่อีกไม่ต่ำกว่าสองชั้น ....เป็นไปได้ไง? ไม่อยากเชื่อ !!! เชื่อเถอะไม่มีใครโกหกแน่นอนเมื่อเค้าบอกมาแบบนี้ แล้วทำได้อย่างไร?
ขออธิบายเท่าที่รู้มา ในการผลิตพีซีบีแบบมัลติเลเยอร์ หรือพีซีบีที่มีชั้นทองแดงหลายๆชั้นในความหนาปกติ นั้นทำแบบนี้ เอาแผ่นพีซีบีที่บางมากๆ มาเจาะด้วยขั้นตอนเดียวกันเหมือนกันทุกแผ่น มีรูไว้ล็อกตำแหน่งเดียวกันทุกแผ่น แล้วนำไปกัดลายทองแดง เสร็จจากการกัดลาย ก็นำไปอัดติดกันเป็นแผ่น(ใช้กาวหรือเปล่าไม่รู้) แล้วจึงลงกระบวนการทรูโฮลเพื่อให้ลายทุกชั้นต่อถึงกัน นำไปทำสีพิมพ์ให้ครบ เสร็จออกมา ใชได้แว้ว (ถ้าข้อมูลการทำพีซีบีแบบมัลติเลเยอร์ไม่ถูกต้องกรุณาแย้งมาทันที)

แล้วในระดับการผลิตในโรงงาน ใช้ไฟล์แบบไหนในการทำงาน ?


เมื่อนำแผ่นพีซีบีมาดูดีๆไกล้ ชัดๆ เช่น main board, sound crad จะเห็นว่ามีลายทองแดงขนาดเล็กๆมากมาย รูที่เชื่อมต่อถึงกันก็เล็กมาก เค้าทำได้อย่างไร ? ในการผลิตในโรงงานทั่วโลกใช้ไฟล์เกอเบอร์ (gerber) ในการทำแบบฟิล์มขึ้นมาใช้สร้างลายทองแดง เพราะไฟล์ชนิดนี้มีความเที่ยงตรงมากที่สุด ไม่ใช้ pdf file หรือ poscript file มาทำแบบ แล้วเกอเบอร์ไฟล์มาจากไหน ? ถ้าจะตอบว่าได้มาจากลูกค้าดิ ก็กวนไปนิดนึงอ่ะ เกอเบอร์ไฟล์แปลงออกมาจากไฟล์พีซีบี โดยโปรแกรมที่ใช้ทำพีซีบีนั่นแล เช่น โพรเทลทุกเวอร์ชั่น(protel,autium) พีแคด(p-cad) ออแคด(orcad) หรือโปรแกรมอื่นๆที่แปลงไฟล์เอ้าท์พุทออกมาเป็นไฟล์เกอเบอร์ (ในโลกนี้มีมากมายนัก) และไฟล์ข้อมูลเจาะ(drill data)ออกมาพร้อมกันได้ด้วย แล้วนำเกอเบอร์ไฟล์ ไปทำฟิล์มด้วยเครื่องยิงฟิล์ม....มีคำถามอีก...เอาไปยิงฟิล์ม...แล้วฟิล์ม ไม่เป็นรูหมดรึ ? การยิงฟิล์มคือการที่ลำแสงวิ่งไปตกกระทบบนฟิล์ม เช่นลำแสงเลเซอร์ ลำแสงแอลอีดี ส่วนที่โดนแสงตกกระทบก็จะเป็นลายดำ เอามาใช้งานได้เรย ส่วนที่ไม่โดนลำแสงก็จะเป็นสีใสๆ...เอ้า..ก็อาจจะมีคำถามอีกว่าแล้วฟิล์มมัน ดำได้อย่างไร ? ฟิล์มแผ่นโดยทั่วไปก่อนใช้งานไม่เป็นสีดำและเคลือบด้วย "เงิน" เมื่อเงินถูกแสงตรงไหน ตรงนั้นจะเป็นสีดำเมื่อเรานำฟิล์มไปลงในน้ำยาเคมีที่เรียกว่า develop เมื่อดำดีแล้วต้องไปลงในเคมีอีกตัวนึงเรียกว่า fixer ตัวนี้จะเป็นตัวคงสภาพความดำของฟิล์มไว้....แล้วผมรู้ได้ไงเชื่อได้รึ ? .....เอาน่า...เชื่อเถอะผมทำที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ด้วยตัวเองมาเกือบยี่สิบปี อ่ะ...เชื่อได้ป่าวล่ะ ?
แล้วรู้มั๊ยว่า....มีโรงงานของคนไทยแท้ๆ....สามารถผลิตพีซีบีที่มีลายทอง แดงเล็กเท่าเส้นผมของคนเราได้...และออกรับงานไปทั่วโลกได้อย่างไม่เกรงใจ ใคร...KCE...ไม่ใช่ KFC ย่อมาจากคำไทย กวงเจริญอิเลคทรอนิคส์ นั่นเอง น่าภูมิใจ ไทยก็ทำได้...ถึงแม้ว่าต้องซื้อเทคโนโลยีเค้ามาก็ตาม...แต่ก็ต้องใช้ฝีมือ

เอ๊า...ขอบคุณ ท่าน http://www.audiodiyclub.net/index.php?action=profile;u=5 ด้วยครับสำหรับบทความดี ๆ เช่นนี้

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

Echo for mix






ฮั่นแน่...สนใจใช่ไม๊ล่า ..สนใจก็เริ่มกันเลยครับ หลายท่านชื่นชอบโปรดปราณ คลั่งไคล้ การร้องเพลงคาราโอเกะเป็นอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่าคาราโอเกะได้รับความนิยมเป็นอันมาก แทบจะทุกงานรื่นเริง จะขาดเสียมิได้เอาซะเลย สังเกตุดูสิครับเครื่องเล่น DVD ต่างก็มีลูกเล่น คาราโอเกะเสียบไมค์ได้ มี echo มาให้เสร็จสรรพ คุณภาพเสียงก็พอกล้อมแกล้มแก้ขัดเท่านั้นอันนี้ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเครื่องเล่นราคา พันต้น ๆ มีฟังชั่นมาให้ครบ ๆ แต่จะหวังคุณภาพแบบสุด ๆ เห็นจะคาดหวังกันไว้สูงเกินไปสักหน่อย ถ้าจะเอาคุณภาพเต็ม ๆ เนื้อ ๆ มันก็ต้อง ใช้แอมป์สำหรับคาราโอเกะโดยตรง หรือไม่ก็เอาแบบเป็นการเป็นงานเป็นล่ำเป็นสัน ก็ต้องนี่เลยครับ Mixer ใช่แล้วครับ mix ที่ว่าตอบสนองความต้องการได้เต็มรูปแบบ อินพุทสัญญาณเข้ามากี่ช่องก็ไม่เกี่ยง หรือจะใช้ไมค์หลาย ๆ ตัวก็หายห่วง อันนี้ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า ส่วนมากจะแย่งไมค์กัน อยากโชว์เดี่ยว ซะส่วนใหญ่ เสียงไมค์ได้หลายช่อง โดนแย่งร้องกันพอดี 55 บางรุ่นสมัยเก่าก่อน ไม่ค่อยทำ echo มาให้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็สุดแท้แต่ซึ่งก็เป็นผลทำให้เสียอัธรสในการร้องเพลงคาราโอเกะไปไม่น้อยกันเลยทีเดียว จะทิ้งไม่ใช้หรือขายซาเล้งก็กระไรอยู่ เงินทองยิ่งหายาก ๆ อยู่ เอาล่ะไม่มีมาให้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เลือด Diy สูบฉีดพลุกพล่านกันอยู่แล้ว หาวงจร echo มาใส่เพิ่มเติมกันดีกว่าครับ

วงจร echo ที่ดีต้อง มีปรับ speed delay acho มีแบบปรับ ทุ้ม ปรับ แหลม ได้ยิ่งดี ในกรณีนี้ไม่ต้องก็ได้เพราะ มิกเซอร์ มีให้ปรับแบบครบ ๆ อยู่แล้ว วงจร echo ที่ผมนำมาดัดแปลง ต่อเติม เพิ่มเข้ามาในเครื่องมิกซ์ ฯ นี้เป็น ROY ซึ่งผมซื้อเอาไว้หลายปีแล้ว ซึ่งในตอนแรกคิดไว้ว่าจะเอามาทำปรีไมค์เอคโค่สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ มัวแต่ทำอย่างอื่นเลยไม่ได้ทำสักที จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อนที่ทำงานนำ มิกซ์เชอร์ ซึ่งไม่มี echo เอามาให้ผมดัดแปลงใส่ ก็ได้ออกมาตามนี้ล่ะครับ

วงจร echo ของ ROY ข้อดีของเขามี วงเร็กติฟายในตัว จึงหมดปัญหาเรื่องไฟที่จะเอามาเลี้ยงวงจร และเป็น เอคโค่ที่ดีมากวงจรหนึ่งกันเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ไม่มีขายกันแล้วใครมีเก็บเอาไว้ก็อย่าลืมเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ วิธีทำก็ไม่ยากเท่าไหร่ เปิดฝาหลังมิกซ์ออกมา แล้วมองหา แจ๊กไมค์อินพุท แล้วก็มองจะเห็นสายที่ต่อมาจากแจ๊กไมค์มาเข้าวงจรปรีไมค์ของมิกซ์ เราก็จะใช้จุดนี้ล่ะครับ ตัดสายออกมาแล้วก็เอามาเข้า input ของวงจร เอคโค่ ในส่วน output ของวงจรเอคโค่ ก็เอามาต่อเข้ากับวงจรปรี ที่เราตัดออกมาทีแรกนั่นแหละครับ ง่าย ๆ สิว ๆ หุหุ ในส่วนของไฟเลี้ยงวงจรนั้น เอาก็แบ่งเอามาจากวงจรปรีไมค์ของ มิกซ์ ฯ เช่นกันครับ เพียงแต่ว่าเอามาแค่ เฟส + / 15 V กับกราวด์เท่านั้น นะครับ เอามาต่อเข้ากับ C ฟิลเตอร์ของวงจรตรง ๆได้เลย ถึงแม้ว่าวงจร เอคโค่นั้นต้องการไฟเลี้ยงวงจรแค่ 5 V เท่านั้น แต่ไม่ต้องกังวลเพราะว่ามี ic 7805 ทำหน้าที่เร็กกูเรตแรงไฟ ให้ในวงจรอยู่แล้ว...

สำเร็จแล้วก็ ทดลองฟังเสียงกันเลยครับ นำไมค์มาต่อแล้วก็ลองปรับแต่ดู ก็จะได้เสียงที่ก้องกังวาน หวานฉ่ำ ไม่แห้งแล้งเหมือนเดิมเป็นที่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนเจ้าของเครื่องยังบอกเลยว่ารู้สึกเสียงจะใสกว่าเดิมและก็เป็นที่ถูกอกถูกใจเป็นยิ่งนัก ทีนี้ล่ะจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์วันสงกรานต์ หรืองานเทศกาลต่าง ๆ ให้สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย
จบแล้วครับ

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

Diy playstation 1 For Audio

ได้ยินไม่ผิดชวร์เลยครับ เครื่องเล่นเกมส์ playstation 1 หลายท่านที่เคยมี แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วเนื่องมาจาก มันเก่ามากแล้ว อีกทั้งเครื่องเล่นเกมส์ playstation ก็พัฒนาเรื่อยมาจนถึง Play 3 แน่นอน playstation 1 ก็คงมีจำนวนน้อยที่ใช้เล่นกันอยู่ หลายท่านเก็บ ๆ ทิ้ง ๆ เอาไว้ในโกดัง หรือไม่ก็ขายซาเล้ง แต่สำหรับท่านที่ยังเก็บเอาไว้อยู่ ก็เป็นข่าวดีเล็กน้อยครับ ว่ามันสามมารถเอามาโมดิฟาย เป็นเครื่องเล่น ซีดีสำหรับฟังเพลงได้ครับ ( อันที่จริงมันก็ได้แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วล่ะ ) แต่ว่าจะเอามาฟังเพียว ๆ มันก็ออกจะผิดวิสัย นัก Diy อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จริงไม๊..?



มันมีหลายรุ่นนะครับ ที่ว่ากันว่าเอามา Modify แล้วเสียงดี ชนิดที่เครื่องเล่น Cd สำหรับฟังเพลงราคาเรือนหมื่นบางเครื่องต้องได้อาย ( เขาว่าอย่างนั้น ) อย่ากระนั้นเลย ท่านที่มีเครื่องอยู่แล้ว ก็ลองเอามาจับ ๆ พลิก ๆ งัด ๆ แงะ ๆ ควักใส้ออกมาดูว่าเป็นรุ่นที่มี Chip Audio AKM AK 4309 AVM หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรถึงจะทำไม่ได้แต่ก็อ่านเอาความรู้เฉย ๆ ก็พอ..หุหุ เสร็จแล้วทำไงต่อ..? อ้าวววว...ไอ้คุณท่าน จะไปรู้เร๊อะ ..!! เขียนเองแล้วยังจะมาถาม....หมู่นี้เล่นมุขนี้บ่อยนะนิ..55



เอ่อ ไอ้กระผมก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่ไม่รู้ซะเป็นส่วนใหญ่ 55 ผมเองก็พอดีว่ามีรุ่น ที่มี ชิป AK 4309 AVM อยู่พอดี และบังเอิญไปเจอ กระทู้ของคุณ http://www.htg2.net/index.php?topic=48043.50 ที่ลิ้งค์นี้พอดีและลองทำดูก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจและเห็นว่าเป็นประโยชน์ สำหรับท่านที่อยู่ไม่สุข ว่าง ๆ งานการไม่มีจะทำ และหาเรื่องอยากดมควันตะกั่ว ซักฟืดสองฟืด ให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ก็เชิญได้เลยครับท่าน จัดแจง แกะแงะ ถอดออกมาซะ พวก C กระป๋อง คลับปลิ้ง ทางเดินสัญญาณเสียง ขา 15 - 16 ( R – L ) เสร็จแล้วก็จัดแจง หา C Wima 3.3 / 160 MKP แล้วก็ R 22 K / 1.5 W อย่างละ 2 ตัว แจ๊ก RCA = 2 ตัว เสร็จแล้วเดินสาย ตามรูปนะครับ.....เอาเลยครับจัดแจงตามนั้น




ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เอ๊า..ลองฟังเสียงกันเลยท่านรอขั้นตอนนี้อยู่แล้วอย่างใจจดใจจ่อไม่ใช่รึ น้ำเสียงที่ได้ อันนี้เท่าที่ผมลองเปรียบเทียบกับเครื่องเล่น DVD Pioneer 595 K ของผมเองที่โม ฯ ใส้ในนิดหน่อยพอสมควรแก่การ เสียงที่ได้เป็นดังนี้ครับท่าน น้ำเสียงออกในแนว อบอุ่น อวบอิ่มนิ่มนวล เบสทุ้มลึกหนักหน่วง ฟังสบายหูดีมาก กลางแหลม อิ่มเอิบ แหลมอาจไม่ไกลพริ้วกรุ๊งกริ๊ง สด ๆ จะ ๆ ทุละปรุโปร่งเหมือน DVD Pioneer 595 K แต่ว่าทุกย่านเสียง มันช่างสมดุลกันดี เหมือนที่เขาว่ากันไว้จริง ๆ ว่า เสียงออกแนว Analog มากกว่าทีจะเสียบแทงทะแยงหูแบบ Digital เอาเป็นว่าคุ้มแสนคุ้ม มันดีกว่าเก็บเอาไว้ปาหัวใครสักคนที่ เราเกลียดขี้หน้า แน่ ๆ ครับกระผม ลองทำดูนะครับ

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

เจ็บ ๆ กับ diy speakers pvc tube

Speaker DIY

จั่วหัวเอาไว้ให้ได้คัน ๆ ซะงั้นแหละครับ จริง ๆ แล้วผมแค่อยากนำเสนอ การสร้างตู้ลำโพงจากท่อ pvc ด้วยเห็นว่าสร้างกันได้ง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อนกันซักเท่าไหร่ ซึ่งก็เหมาะมากสำหรับมือใหม่หรือสำหรับผู้ที่สนใจงานด้าน diy รับรองว่าทำกันได้ง่าย ๆ สิว ๆ ส่วนท่านที่จะนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นถูกต้องตามหลักการวิชาการด้านนี้โดยตรง ก็ยินดีอย่างยิ่งครับผม โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการใช้ดอกลำโพงขนาด 3” นิ้ว ซึ่งตอนนั้นผมได้ซื้อมาจาก ร้าน อมร บ้านหม้อ ในราคาที่ไม่ต้องลำบากยากเข็ญทุรนทุราย แค่ ดอกละ 70 บาทเท่านั้นเองครับ ดอกลำโพงก็เป็นแบบ Full range ซึ่งก็น่าจะง่ายสำหรับการออกแบบตู้รวมทั้งไม่ต้องกังวลเรื่อง อุปกรณ์เน็ทเวอร์กแยกความถี่ให้ยุ่งยาก แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายซะจนทุกอย่างจะโรยด้วยกรีบกุหลาบนะครับ เพราะถ้างั้นแล้วงาน Diy คงหมดความเร้าใจสนุกสนานเป็นแน่แท้

พูดถึงร้านอมรนี่หลายท่านที่เป็นนักอิเล็กทรอนิกส์ หรือหลายท่านที่สนใจในด้านนี้คงรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยนะครับ โดยเฉพาะมีของ แปลก ๆ ดี ๆ ราคาถูก ๆ มาขายเป็นระยะนะครับ แล้วแต่ช่วงแล้วแต่จังหวะ แล้วแต่บุญกรรมที่ได้ร่วมสร้างกันมา 55.. สินค้าโดยส่วนใหญ่เป็นหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และมีบางช่วงบางจังหวะที่มีของที่นัก Diy อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เห็นแล้วต้องได้เสียตังส์ อย่างเช่น Power supply สำหรับเครืองคอมพิมเตอร์ยี่ห้อดัง ๆ วัตต์เต็ม ๆ ราคาแสนถูก หรือดอกลำโพงต่าง ๆ ที่นำมาขายซึ่งบางทีแล้วพิจรณาดูดี ๆ แล้วน่าจะเป็นของดี ราคาก็ค่อนข้างถูก แต่ก็มีมาไม่บ่อยนะครับ แล้วแต่จังหวะ ถ้าโชคดีเจอแล้วรีบซื้อเลยครับไม่ต้องลังเล เพราะถ้าหวนกลับมาอีกทีก็อาจจะได้ รอยยิ้มเซ็ง ๆ จากพนักงานที่นึกในใจว่า ไอ้นี่มันจะดูจะถามอะไรของมันนักหนาวะ ซื้อก็ไม่ซื้อ...( ฮา )

ผมก็คิดว่าผมโชคดีที่ได้ลำโพงที่ว่าในล็อตนั้น ได้มาแล้วก็มานั้งขบคิดว่าจะทำตู้ใส่อย่างไร เพราะสเป็กอะไรต่าง ๆ ไม่มีเลย มีแต่ที่พิมพ์เอาไว้ที่ตัวแม่เหล็กว่ามันเป็นดอกลำโพง 4 ohm ผลิตใน Taiwan เท่านั้นเอง เครื่องไม้เครื่องมือเราก็ไม่ได้มีขนาดว่านึกอยากจะทำอะไรแบบไหนก็ทำได้ดั่งใจคิดซะเมื่อไหร่ ...คิดไปคิดมาก็เห็นแต่ข้องอ 90 องศาขนาด 4 “ นิ้วนี่ล่ะ พอนั่งจินตนาการวาดวิมานกลางอากาศเสร็จแล้ว ก็ไปซื้อข้องอที่ว่าที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างตัวละ 70 บาทเท่านั้นเอง ได้มาแล้วก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะราบรื่นนะขอรับท่าน ขอบของมันบางครับ บางพอ ที่จะยึดชิ้นงานอะไรไม่ได้เดือดร้อนต้องไปหาท่อ ขนาด 4” นิ้วมาสวมเข้าปลายทั้งสองด้านจนสุด แล้วตัดแต่งให้เรียบแล้วก็ได้พื้นที่ความหนาของท่อข้องอ พอที่จะยึดชิ้นงานได้แล้วครับ จากนั้นก็เตรียมแผ่นไม้วงกลมพอดีกับท่อข้องอสำหรับเป็นด้านที่ยึดดอกลำโพง ส่วนอีกด้านเอาไว้ยึค แผ่นไม้สำหรับทำขาตั้งและ เป็นรูระบายเบสไปด้วยในตัว โดยผมตัดท่อ pvc ขนาด 6 หุน ยาวประมาณ 10 cm แล้วยึดด้วยกาวและน๊อตเกลียวปล่อย ปลายทั้ง 3 ด้านก็ใช้สว่านขนาดเล็กกว่าน๊อตตัวเมียเบอร์ 10 mm แล้วใช้ปากกาหนีบน๊อตตัวเมียอัดเข้าไปกับรูที่เจาะเอาไว้ แล้วเราก็ใช้น๊อตตัวผู้ยาวประมาณ 2 นิ้ว มาเจียรปลายให้แหลมไว้หมุนปรับระดับความสูงต่ำของ ท่อระบายเบสที่ยิงลงพื้นห้อง หรือชั้นวางด้วยไปในตัว
จัดการตามขั้นตอนเสร็จทุกอย่างก็ประกอบออกมาได้ตามรูปปลากอบ เก็บชิ้นงานทำสีเรียบร้อยเสร็จสรรพ ก็ประกอบได้ออกมาดั่งรูป ทีนี้ก็พร้อมที่จะได้ทดลองสดับรับฟังกันแล้วครับ เรามาลุ้นด้วยกัน

ชุดเครื่องเสียงที่ผมได้ทำการทดสอบก็เป็นชุดที่ทำเองเกือบทั้งหมดล่ะครับ ยกเว้น เครื่องเล่น CD รวม ๆ แล้วก็มีดังนี้ครับ CD ใช้ DVD Pioneer dv-595 k โมภาคเสียงนิดหน่อย ปรีแอมป์หลอดทำเอง Pv 01 เพาเวอร์แอมป์ F5 ตัวที่ใช้เขียนบทความนั้นล่ะครับ สายสัญญาณทำจากสายเงินทำเอง สายลำโพง belden วางลำโพงที่ชั้นวาง TV ห่างกันประมาณ 120 cm ทีนี้ก็มาดูผลการทดสอบคร่าว ๆ ไม่มีพิธีรีตรองกันได้ครับ

สุ้มเสียงแรกที่ได้....บ๊ะ...เข้าท่าเว้ยเฮ้ย...เสียงมีแววดีเสียงดีไม่ใช่เล่น ไม่น่าเชื่อว่าลำโพงที่เราทำเองกับมือด้วยราคาอันแสนถูกคู่ละไม่เกิน 500 บาท......ครับไม่เกิน 500 บาทมันจะให้น้ำเสียงได้ขนาดนี้ เสียงที่ได้ ปลอดโปร่งโล่งสะอาดกระจ่างใสเกลี้ยงเกลา อวบขาวนวลเนียนนุ่มลืน..55 ชัดเจนจะแจ้งไม่คลุมเคลือมัวหมอง อิ่มแน่นมีเนื้อมีหนังโดยเฉพาะเสียงร้องชัดเจนมาก เสียงแหลมใสขึ้นได้สูงพอตัวแม้ว่าขึ้นสูงไม่สุด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขาดแคลนแต่ประการใด ส่วนเสียงเบสเสียงความถี่ต่ำลงได้ไม่ลึกเท่าที่ควรเท่านั้นเอง
แต่เบสเท่าที่มันขับออกมาได้ก็มีออกมาแน่นกระชับโดยเฉพาะเสียงกลองสแนร์มันช่างอิ่มแน่นจะแจ้ง สดๆ เป็น ๆ เหงือกแดง ๆ ดิดดิ้นสู้มือ .. ( ขอโทษฮะเจ้า..นั่นปลาหรือลำโพงฮะ..).. 555 ไม่ชักช้าอืดอาดนะครับ ฟังดูรวมรวม  แล้วก็พอใจมากสำหรับผม ถ้าได้เบสต่ำ ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกซักหน่อยล่ะก็ ยอดเยี่ยมไปเลย อันนี้ก็ต้องเข้าใจครับ จะคาดหวังกับลำโพงขนาด 3 “ นิ้ว ยี่ห้อก็ไม่มี จะให้มันได้เสียงครบทุกย่าน อีกทั้งมีมิติเวทีเสียงที่ดี ดูออกจะคาดหวังเกินเลยกันไปหน่อยสำหรับลำโพงราคาดอกละไม่ถึงร้อย ลำโพงสำเร็จรูปคู่ละหลักหมื่นบาทบางคู่ยังให้เสียงครบเครื่องต้มยำน้ำข้นอย่างว่าไม่ได้เลยนะคร๊าบ...ปั๊ดโธ๊......55 แต่โดยรวมแล้วก็ดีมาก ๆ แล้ว และคุ้มค่าสุด ๆ ครับสำหรับโปรเจ็กนี้ และผมก็ยินและอดไม่ได้ที่จะนำประสพการณ์ที่ดีอย่างนี้ มาแบ่งปันนำเสนอสิ่งดี ๆ สำหรับผมและทุก ๆ ท่านที่สนใจครับ

อ่านต่อเวอร์ชั่นที่ 2 คลิ๊ก